วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

นิทรรศการศิลปนิพนธ์ ภาพ แสง ชีวิต โดย นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ม.รังสิต



นิทรรศการ : ภาพ แสง ชีวิต
โดย : นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปะและการออกแบบ สาขาศิลปภาพถ่าย มหาวิทยาลัยรังสิต
3 - 13 มิถุนายน 2553
ที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กรุงเทพฯ

นิทรรศการศิลปนิพนธ์ "ภาพ แสง ชีวิต
ผู้จัด : คณะศิลปะและการออกแบบ สาขาภาพถ่าย มหาวิทยาลัยรังสิต

“PHOS BE LIFE” ภาพ แสง ชีวิต เป็นนิทรรศการผลงานศิลปภาพถ่าย ซึ่งนำเสนอผลงานนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะศิลปะและการออกแบบ สาขาศิลปภาพถ่าย มหาวิทยาลัยรังสิต ก่อนเสร็จการศึกษาในวิชาศิลปนิพนธ์ ซึ่งเป็นนิทรรศการหนึ่งที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ใช้ความรู้ เเละประสบการณ์ที่ได้เรียนมาจากหลายๆ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอันได้เเก่ ศาสตร์ทางศิลปะ ความงาม ความคิดสร้างสรรค์ การออกเเบบองค์ประกอบศิลป์ ศาสตร์ทางเทคโนโลยี โดยการนำเทคโนโลยีทางภาพถ่ายมาร่วมใช้อย่างเหมาะสม ศาสตร์ทางทักษะ เเละความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ ตลอดจนการนำความรู้ความสามารถ ทางวิชาการมาบูรณาการร่วมกัน เพื่อสร้างสรรค์ผลงานศิลปภาพถ่ายขึ้นมา ในรูปเเบบเฉพาะบุคคล เเสดงความเป็นตัวตนของตนเองเสนอแนวความคิดเเละจินตนาการอย่างอิสระตลอดจนการนำเสนอมุมมองจากความจริงจากสถานะการณ์ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสภาพสังคมปัจจุบัน

Dreaming Space โดย Gi-ok Jeon และ ปิ่นนุช ปิ่นจินดา


“Dreaming Space” by Gi-ok Jeon and Pinnuch Pinchinda

นิทรรศการศิลปะ “Dreaming Space – Open studio”
โดย Gi-ok Jeon และ ปิ่นนุช ปิ่นจินดา
สถานที่แสดงงาน : @Bongalleria
เปิดนิทรรศการ : ศุกร์ที่ 18 มิถุนายน 2553 (หกโมงเย็น)
จัดแสดงตั้งแต่ 18 มิถุนายน – 18 กรกฎาคม 2553

แกลเลอรี่น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา “@Bongalleria” ภูมิใจนำเสนอนิทรรศการชุดใหม่ “Dreaming Space” โดยศิลปินสาวจาก 2 วัฒนธรรม Gi-ok Jeon และปิ่นนุช ปิ่นจินดา โดยนิทรรศการจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน ถึง 18 กรกฎาคม ภายใต้แนวความคิด “open studio” นิทรรศการครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นเข้าไปถึงแนวทางการสร้างสรรค์ผลงานของศิลปินทั้งสองตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงอนาคต

กี-อก และปิ่นนุช มีความสอดคล้องกันในผลงาน กล่าวคือมีการใช้วัสดุจำพวก “เส้นด้ายและผ้า” รวมไปถึงจริตในการสร้างสรรค์งานด้วยการ “เย็บ ปัก ถัก ร้อย” แต่ทั้งนี้ด้วยสัญชาตญาณอันเด่นชัดก็ทำให้เกิดความต่างในเนื้อหา และรายละเอียดในเทคนิคที่ศิลปินทั้งสองนำเสนอผ่านผลงานศิลปะของพวกเขา กี-อก เชื่อมต่อตัวเธอเข้ากับสังคมซึ่งเธอเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ โดยเพ่งไปที่วัฒนธรรมของผ้าไทยพื้นบ้าน ทำให้ผลงานของเธอมีลักษณะพิเศษนำไปสู่การเชื่อมต่อกับผลงานของปิ่นนุช ที่ใช้เส้นด้ายมาสร้างสรรค์ผลงานด้วยการเย็บปักลงบนผ้า เพื่อบอกเล่าพรรณนาถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวัน เปรียบเสมือนสมุดบันทึกรูปภาพของตัวศิลปินเอง

“Dreaming Space” มิได้เพียงแค่นำเสนอโลกแห่งศิลปะของศิลปินทั้งสองเท่านั้น แต่ยังมุ่งหวังที่จะเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ เป็นห้องทำงานศิลปะให้แก่ผู้สนใจ ที่จะมาร่วมทำงานศิลปะไปกับศิลปินทั้งสอง ในกิจกรรมเวิร์คช็อปศิลปะซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างการแสดงผลงานอีกด้วย



ตลาดบอง มาร์เช่
105/1 ถ.เทศบาลสงเคราะห์ ลาดยาว จตุจักร ก.ท.ม. 10900
โทรศัพท์/แฟ็กซ์ 0-2158-0186
www.atbongalleria.com
atbongalleria@yahoo.com
แกลเลอรี่เปิด: อังคาร-อาทิตย์เวลา 10โมงเช้า-6โมงเย็น (ปิดทุกวันจันทร์)

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553

นิทรรศการทุนสร้างสรรค์ศิลปกรรม ศิลป์ พีระศรี ครั้งที่ 9



นิทรรศการทุนสร้างสรรค์ศิลปกรรม ศิลป์ พีระศรี ครั้งที่ 9 ซึ่งรวมผลงานของ 8 ศิลปินที่มีความหลากหลายเอาไว้
นับเป็นปีที่ 9 ในการมอบทุนสร้างสรรค์ศิลปกรรมศิลป์ พีระศรี ให้กับศิลปินไทย โดยในปีนี้ผลงานทั้ง 8 ชุดของ 8 ศิลปิน มีความหลากหลายทั้งในเรื่องของความคิดและเทคนิคกระบวนการทำงาน

วุฒิ เชาว์ศิลป์ นำเสนองานศิลปะจัดวางชุด สุขนิยม-บรมบริโภค ที่ชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลของสื่อโฆษณา ที่เป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนแปลงความคิด

ธวัชชัย ช่างเกวียน นำเสนองานประติมากรรมชุดครุ่นคิด สื่อถึงการเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

ทิพเนตร์ แย้มมณีชัย กับผลงานสื่อประสม ชุดองค์ประกอบวัตถุ องค์ประกอบวัฒนธรรม งานปัก ปะ ผ้า ของพรพรม ชาววัง กับงานจิตรกรรมผ้าแขวนชุด ทศชาติชาดก

ธนดล ดีรุจิเจริญ นำเสนองานประติมากรรมชุด สัมพันธภาพทางจิตวิญญาณ 2552 สื่อถึงการให้ความสำคัญกับภายในจิตใจมนุษย์มากกว่าภายนอก

ชัยพร ระวีศิริ นำเสนองานภาพพิมพ์ชุด การแปรสภาพของรูปทรงชีวิต รสลิน กลาสต์ นำเสนองานสื่อผสมชุดสกายเลอร์และฉันในออสเตรเลีย 2552 สร้างสรรค์ภายใต้แนวคิดที่ให้ความอบอุ่นเลียนแบบลักษณะของจิงโจ้

ปิดท้ายด้วยงานชุดคารมนกเขา การแปรเปลี่ยนทางสุนทรียะที่ยากแท้หยั่งถึงของอรอนงค์ กลิ่นศิริ

งานนิทรรศการทุนสร้างสรรค์ศิลปกรรม ศิลป์ พีระศรี ครั้งที่ 9 เปิดแสดงให้ผู้สนใจเข้าชมตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 มิถุนายน ณ หอศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และ 25 มิถุนายน – 25 กรกฏาคม 2553 ณ สถานอารยธรรมศึกษาโขง – สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก

สำนักข่าวไทย

วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ทัศนาอุษาคเนย์ : ร้อยเรื่องราวชาวอาเซียน



นิทรรศการภาพถ่าย : ทัศนาอุษาคเนย์ : ร้อยเรื่องราวชาวอาเซียน
โดย : ศิลปินและแขกรับเชิญร่วม 30 คน
1 - 13 มิถุนายน 2553
ที่ : หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร กรุงเทพฯ

ขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมเป็นเกียรติในงานเปิดนิทรรศการภาพถ่าย
SEE SEA : Southeast Asian Spirit
ทัศนาอุษาคเนย์ : ร้อยเรื่องราวชาวอาเซียน
ในวันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2553 เวลา 15.00 น.
(ลงทะเบียนตั้งแต่เวลา 14.30 น.)
ณ บริเวณโถงชั้น L หอศิลปและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (สี่แยกปทุมวัน)






และเชิญร่วมการเสวนาภาพถ่ายในหัวข้อ "ข้างหลังภาพอุษาคเนย์ : ร้อยเรื่องราวชาวอาเซียน"
ระหว่างเวลา 16.00 - 18.00 น. ณ.บริเวณงานนิทรรศการกับผู้ร่วมเสวนา อาทิ จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรท์ และประธานกลุ่มสห+ภาพ ชมชนฅนถ่ายภาพ
เกรียงไกร ไวยกิจ รองประธานกลุ่มสห+ภาพ ชมชนฅนถ่ายภาพ
อภินันท์ บัวหภักดี บรรณาธิการภาพ อนุสาร อสท.



.นิทรรศการภาพถ่าย SEE SEA : Southeast Asian Spirit ทัศนาอุษาคเนย์ : ร้อยเรื่องราวชาวอาเซียน
จัดแสดงภาพถ่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จำนวน 100 ภาพ จากศิลปินและแขกรับเชิญร่วม 30 คน
อาทิ Benedict Anderson
เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
จิระนันท์ พิตรปรีชา
วรรณี ชัชวาลทิพากร
ธีรภาพ โลหิตกุล
เกรียงไกร ไวยกิจ
อภินันท์ บัวหภักดี
จัดแสดง ณ บริเวณโถงชั้น L หอศิลปและวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (สี่แยกปทุมวัน)
ระหว่างวันที่ 1 - 13 มิถุนายน 2553

หอศิลปฯ กทม. กับช่วงเวลาวิกฤตการเมือง เดือนพฤษภาคม 2553



หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่หัวมุมสี่แยกปทุมวัน เรียกได้ว่าช่วงเวลาแห่งการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่ง อยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตรนั้น หอศิลปฯ ได้รับผลกระทบพอสมควร

กลุ่มผู้ชุมนุมได้ เริ่มมาปักหลักชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2553 และภายหลังเหตุการณ์การปะทะกันที่สี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยุติเวทีการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าและมารวมเป็นที่เดียว ณ สี่แยกราชประสงค์ ปลายแถวฝั่งหนึ่งของการชุมนุมทอดยาวมาถึงแยกปทุมวัน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้นำล้อยางรถยนต์ และไม้ไผ่เหลาแหลมจำนวนมากมาปิดกั้นถนนพระราม 1 ตรงหน้าห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งอยู่ตรงข้ามหอศิลปฯ เพื่อเป็นแนวป้องกันของกลุ่มผู้ชุมนุม

ระยะแรกๆ ของการชุมนุม หอศิลปฯ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ นิทรรศการศิลปะตลอดจนกิจกรรมอันหลากหลายยังคงดำเนินไป และยังมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หอศิลปฯ จึงได้เพิ่มระดับความเข้มข้นในระบบรักษาความปลอดภัยในช่วงนั้น โดยมีมาตรการต่างๆ รองรับ เช่น การตรวจค้นรถและวัตถุต้องสงสัย การจำกัดพื้นที่ให้บริการ และปิดประตูทางเข้า-ออกบางจุดเพื่อความสะดวกในการดูแล และป้องกัน

ต่อมาเมื่อสถานการณ์ การเมืองเขม็งเกลียว-ตึงเครียด และมีแนวโน้มความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นมา ทำให้ โครงการนิทรรศการและกิจกรรมที่อยู่ในแผนงานของหอศิลปฯ ได้ถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไปเป็นจำนวนมาก จำนวนผู้เยี่ยมชมเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสถานการณ์ของพื้นที่บริเวณนี้ไม่น่า ไว้วางใจ เพราะอยู่ใกล้ที่ชุมนุม กระนั้นก็ตาม หอศิลปฯ ก็ยังคงเปิดให้ดำเนินการตามปกติ โดย มีนิทรรศการภาพถ่าย “รวมมิตรภาพ” และนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย“ฉงน สงสัย” ที่จัดแสดงอยู่ห้องนิทรรศการชั้น 7-8-9 ตลอดจนนิทรรศการ 25 ปี นิตยสารสารคดี และนิทรรศการ Artist and Designer’s Creation ที่ชั้น 3-4 เป็นงานแสดงหลักของหอศิลปฯ ในช่วงนั้น

ระหว่างนี้มีผู้ ชุมนุมเสื้อแดงบางส่วนได้มาใช้บริการหอศิลปฯ ด้วยการเข้าชมงานนิทรรศการและใช้บริการห้องสมุด โดยไม่ปรากฏเหตุร้ายใดๆ นอกจากเจ้าหน้าที่ห้องสมุดได้ตรวจพบว่า มีความพยายามที่จะหยิบฉวยหนังสือพิมพ์รายวันออกไปอยู่บ้างแต่ก็แก้ไขปัญหา ผ่านไปด้วยดี และในวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของหอศิลปฯ มีชายที่อ้างตัวว่าเป็นทหารในชุดนอกเครื่องแบบ 2 คนจะขอเข้าภายในตัวอาคารหอศิลปฯ โดยอ้างว่าเพื่อสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม แต่ผู้อำนวยการหอศิลปฯ ได้ขอให้ทำหนังสือถึงประธานมูลนิธิหอศิลปฯ ก่อน เพื่อเป็นการยืนยันสถานะองค์กรที่เข้ามา ภายหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏความพยายามในการประสานมาอีกเลย ขณะเดียวกันมีกลุ่มเครือข่ายคนทำงานด้านสันติวิธีได้มาจัดกิจกรรมรณรงค์ บริเวณลานน้ำพุหน้าหอศิลปฯ เพื่อรณรงค์ให้สังคมมี “สติ สันติ สันติภาพ” ในช่วงเย็นของทุกวันต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ มีประชาชนให้ความสนใจจำนวนหนึ่ง

เมื่อรัฐบาลตัดสินใจ ใช้มาตรการกระชับพื้นที่เพื่อปิดล้อมผู้ชุมนุม ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 จนเกิดการปะทะกันในพื้นที่รอบนอก แม้สถานการณ์บริเวณแยกปทุมวันยังคงปลอดภัย แต่การปิดเส้นทางจราจรทั้งฝั่งถนนพญาไทและพระราม 1 รวมถึงการหยุดให้บริการของรถไฟฟ้า BTS ทั้งเพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยโดยรวม ผู้อำนวยการหอศิลปฯ จึงมีคำสั่งให้ปิดบริการในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

หอศิลปฯ ต้องปิดให้บริการต่อเนื่องกว่า 10 วัน (14 พ.ค – 24 พ.ค 2553) เพราะอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับความไม่ปลอดภัยตลอดเวลา ซึ่งในระหว่างนี้มีเจ้าหน้าที่ บริหารหอศิลปฯ 2 คน อยู่ประจำการตลอดเวลา ทำหน้าที่เฝ้าพื้นที่ สังเกตการณ์ และระวังเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ช่างเทคนิ คอาคารส่วนหนึ่ง

ระหว่างวันที่ 14 - 18 พฤษภาคม 2553 เป็นช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด เกิดการปะทะกันในหลายพื้นที่ รอบบริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อรัฐบาลได้มีมาตรการกระชับพื้นที่เพื่อตีกรอบพื้นที่ของ การชุมนุมให้อยู่ในวงจำกัด โดยบริเวณใกล้พื้นที่หอศิลปฯ เจ้าหน้าที่ของรัฐได้เริ่มตั้งจุดตรวจที่ถนนพระราม 1 บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ และถนนพญาไท บริเวณหน้าวังสระปทุม ตลอดจนเริ่มเข้าคุมพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ และสะพานลอยทางข้ามหน้าหอศิลปฯ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มนำถุงดำบรรจุขยะจำนวนมากมากั้นเป็นแนวป้องกัน บริเวณหน้าหอศิลปฯ ฝั่งถนนพระราม 1 ทำให้การจราจรรอบพื้นที่ถูกปิดทั้งหมด เจ้าหน้าที่ รปภ. เจ้าหน้าที่ช่างเทคนิคของหอศิลปฯ และผู้ที่จะผ่านบริเวณนั้นต้องแสดงตนทำบัตรผ่านเข้า-ออกเข้าพื้นที่

เมื่อแกนนำผู้ชุมนุม เข้ามอบตัวและยุติการชุมนุม ในบ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 แต่เหตุการณ์กลับบานปลายเป็นการก่อจลาจลไปทั่วเมือง รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวห้ามผู้คนออกนอกเคหะสถานในยาม วิกาล บรรยากาศบ้านเมืองเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่บริเวณหอศิลปฯ นั้นถูกจัดให้เป็นทางออกของผู้ ชุมนุมโดยไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ชุมนุมบางส่วนประมาณ 500-600 คน เริ่มทยอยออกจากแยกราชประสงค์ผ่านมาทางแยกปทุมวัน เพื่อไปขึ้นรถที่รัฐบาลจัดเตรียม ไว้ให้ ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ มีการตรวจสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธอย่างเข้มงวด ทำให้มีการทิ้งสิ่งที่อาจผิดกฎหมายและอาวุธจำนวนหนึ่งในบริเวณพื้นที่หอศิลปฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ชุมนุมเห็นด่านตรวจของทหารจำนวนมากที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 1 และทหารอีกบางส่วนยืนคุมพื้นที่อยู่บนสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ผู้ชุมนุมจึงมีท่าทีไม่มั่นใจในความปลอดภัย และพากันยืนรวมกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อยู่บริเวณลานน้ำพุหน้าหอศิลปฯ สุ่มเสี่ยงต่อการปะทะกัน ซึ่ง หอศิลปฯ อาจโดนลูกหลงในครั้งนี้ได้ เจ้าหน้าที่หอศิลปฯ จึงได้ช่วยกันออกไปส่งเสียงเชิญชวนให้ผู้ชุมนุมเดินต่อไป และให้ความมั่นใจว่าเส้นทางด้านนี้ปลอดภัย ผู้ชุมนุมจึงพากันเดินไปขึ้นรถด้วยดี

หอศิลปฯ ผ่านพ้นช่วงเวลาอันน่าโศกสลดของสังคมครั้งนี้อย่างหวุดหวิด หวาดเสียวยิ่ง แม้ตัวอาคารและทรัพย์สินทั้งหมดจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ มีแต่รอยกระสุนหนึ่งนัดปรากฏอยู่บนราวกระจกบนทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า BTS แต่บท เรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ต้องเร่งปรับปรุงระบบความปลอดภัยที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างมากทีเดียว ครั้งนี้นับว่าโชคดีที่กลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ก่อความวุ่นวายไม่เลือกหอศิลปฯ เป็นที่ระบายความโกรธแค้น หาไม่แล้ว ตัวอาคารที่ประกอบด้วยกระจกมากมาย และการขาดระบบการป้องกันที่แน่นหนา เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ นับว่ามีความเปราะบางอยู่มากทีเดียว

On the Edge โดย 8 ศิลปิน




ดีโอบีหัว ลำโพงแกลเลอรีจะจัดให้มีนิทรรศการศิลปะ

“On the Edge"
โดย 8 ศิลปิน (โจนาธาน เจนท์, ฉัตร เย็นจิตร, ราล์ฟ คิกเจลล์, ถาวร โกอุดมวิทย์, เยนิ เมา, จัสติน มิลส, บี เถกิง พัฒโนภาษ, ออดรีย์ ทูลีเมียโร่ เวลช์)
ภัณฑารักษ์: ไบรอัน เคอร์ติน
ตั้งแต่ วันที่ 8 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2553 (พิธี เปิดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 8 มิถุนายน เวลา 18.30 น.)
ณ ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรี

นิทรรศการ On the Edge คือนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่มีศิลปินเข้าร่วมทั้งจากสหราชอาณาจักร นิวยอร์ก และประเทศไทย ว่าด้วยเรื่องของ “เส้น” อันเป็นแนวคิดพื้นฐานของการสร้างรูปทรง โดยเน้นย้ำที่กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ มากกว่าการพิจารณาผลงานโดยยึดจากบริบทโดยรอบเท่านั้น



การ ใช้เส้นนั้นมีความเชื่อมโยงกับการวาดในแง่ของการเป็นองค์ประกอบสำคัญขั้น พื้นฐานและมีลักษณะเฉพาะในตัวของมันเอง นิทรรศการ On the Edge ได้ทำความเข้าใจกับคำนิยามข้อนี้และต่อยอดความคิด ออกไป ศิลปินทุกคนใช้เส้นเป็นจุดสิ้นสุดเช่นเดียวกับที่ใช้เส้นในการสร้างงาน นอกจากนี้เส้นยังเป็นกลไกในการสร้างภาพที่โดดเด่น ซึ่งซ่อนความหมายในเชิงอุปมาอุปมัยถึง ข้อจำกัด การเคลื่อนที่ และความสัมพันธ์ระหว่างการเฝ้าสังเกตกับการเป็นภาพเชิงสัญลักษณ์

นิทรรศการ On the edge นำเสนอแนวคิดและแนวทางอันหลากหลาย ในการนำเส้นมาใช้ในงานศิลปะ ศิลปินหยิบยกเส้นมาใช้ในการสร้างงานแบบกราฟฟิโต งานเชิงสัญลักษณ์ รวมถึงตกแต่ง พรรณนา และแสดงออกทางอารมณ์ เป็นการเชื่อมโยงไปถึงแนวคิดของศิลปะร่วมสมัยที่ยังคงให้การยอมรับในเรื่อง ของโครงสร้างของรูปทรง และการสร้างสรรค์งานตามแบบฉบับของงานประเพณีนิยม ซึ่งกำลังถูกนำเสนอผ่านระนาบของกระแสงานศิลปะในปัจจุบันอีก ครั้งหนึ่ง



ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรีจึงขอความกรุณาสื่อ มวลชนทุกท่านช่วยประชาสัมพันธ์นิทรรศการดังกล่าว
สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล โทร: 02-422-2092, 084-772-2887 แฟกซ์: 02-422-2091
อังคาร-เสาร์ 10.30 - 19.00 น. อาทิตย์ 10.30 - 17.30 น. (ปิดวันจันทร์)

ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรี
DOB Hualamphong Gallery
Resident One Property Co., Ltd.
DOB Building 4F, 318 Rama 4 Rd.,
Mahapreutharam, Bangrak, Bangkok 10500
Tel: 0-2237-5592-4, 08-5482-3566

โครงการแบรนด์ นิว โดย อลงกรณ์ ศรีประเสริฐและ อิศเรศ สุทธิศิริ



หอศิลป มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และหอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม มีความยินดีขอเชิญท่านชมนิทรรศการศิลปะโดย อลงกรณ์ ศรีประเสริฐและ อิศเรศ สุทธิศิริ หนึ่งในนิทรรศการจากโครงการศิลปกรรม แบรนด์ นิว 2553

อลงกรณ์ และ อิศเรศ ผู้ซึ่งได้รับเลือกในการเข้าร่วมโครงการแบรนด์ นิว ปีนี้ จะนำเสนอผลงานภาพถ่ายร่วมสมัย ทั้งผลงานชุดเก่า และผลงานชุดล่าสุด หลงใหลในเรื่องของความทรงจะและสถานที่ อลงกรณ์ได้ใช้ผลงานภาพถ่ายที่เลือนลางของเขาในการเล่าเรื่องของการเลือนหาย ของสถานที่ที่เขาคุ้นเคย เช่นเดียวกันกับอลงกรณ์ งานของอิศเรศเองก็มุ่งเน้นถึงเรื่องของสถานที่และความสัมพันธ์ของการเป็น อยู่ ภาพถ่ายของอิศเรศแสดงให้เห็นถึงอย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างชีวิตใน เมืองที่ต้องต่อสู้กับความลำบาก กับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายในชนบท

นิทรรศการ ศิลปะโดย อลงกรณ์ ศรีประเสริฐและ อิศเรศ สุทธิศิริ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 26 มิ.ย. 53 โดยจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 3 มิ.ย. 53 เวลา 14.00 น. ณ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
31 พฤษภาคม – 26 มิถุนายน 2553
พิธีเปิดนิทรรศการ: 3 มิถุนายน 53 เวลา 14.00 น.
ศิลปิน: อิศเรศ สุทธิศิริ และ อลงกรณ์ ศรีประเสริฐ
เสวนาร่วมกับศิลปินและนักวิจารณ์ของโครงการ แบรนด์ นิว: 15 มิถุนายน 2553 เวลา 13.00 – 16.00 น.

ภัณฑารักษ์: อรรฆย์ ฟองสมุทร

รายชื่อศิลปินเข้าร่วมโครงการ (รวม 5 ท่าน และ 1 กลุ่มศิลปิน)

1. คุณอิศเรศ สุทธิศิริ
2. คุณอลงกรณ์ ศรีประเสริฐ
3. คุณภูมิ พีชวณิชย์
4. คุณดุษฎี ฮันตระกูล
5. กลุ่มศิลปิน มิ้วท์ มิ้วท์
6. คุณณัฐ ณรัณ บัวลอย

รายชื่อนักวิจารณ์เข้าร่วมโครงการ (รวม 3 ท่าน)
1. คุณชล เจนประภาพันธ์
2. คุณกฤษฎา ดุษฎี วนิช
3. คุณสิทธิเดช โรหิตะสุข

เกี่ยวกับ แบรนด์ นิว

โครงการศิลปกรรมแบรนด์นิว เป็นโครงการที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 ด้วยความร่วมมือจากหอศิลป์ร่วมสมัยหลายแห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ให้มีโอกาสแสดงผลงาน เดี่ยว โดยปราศจากการกำหนดหัวเรื่อง และเปิดโอกาสให้กับนักวิจารณ์ศิลปะร่วมสมัยหน้าใหม่ นำเสนอผลงานเขียน เพื่อพัฒนาผลงานให้ก้าวไปสู่การเป็นศิลปินและนักวิจารณ์อาชีพต่อไปในอนาคต นอกจากนี้กิจกรรม โครงการยังมุ่งหมาย ให้เกิดการแลกเปลี่ยนผู้ชม และผู้สนใจงานศิลปะระหว่างหอศิลป์ที่ร่วมโครงการ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างหอศิลป์ร่วมสมัยในกรุงเทพฯ

*ช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน หอศิลปฯเปิดทำการถึงเวลา 16.00 น. และจะเริ่มเปิดทำการตามปกติตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน เป็นต้นไป



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
หอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถ.พญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: 0 2218 2965
อีเมล์: info.artcenterchula@gmail.com
เวลาแสดงงาน: 9.00 - 19.00น. (จันทร์ - ศุกร์), 9.00 - 16.00น. (เสาร์)

หอศิลป มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BUG)
119 ถนนพระราม 4 กล้วยน้ำไท คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์: 0 2350 3626 โทรสาร: 0 2350 3679
อีเมล์: bugallery@bu.ac.th
เวลาทำการ: 9.30 – 18.00 น. (จันทร์ – ศุกร์)

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม