วันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553

หอศิลปฯ กทม. กับช่วงเวลาวิกฤตการเมือง เดือนพฤษภาคม 2553



หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่หัวมุมสี่แยกปทุมวัน เรียกได้ว่าช่วงเวลาแห่งการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ซึ่ง อยู่ห่างออกไปประมาณ 500 เมตรนั้น หอศิลปฯ ได้รับผลกระทบพอสมควร

กลุ่มผู้ชุมนุมได้ เริ่มมาปักหลักชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2553 และภายหลังเหตุการณ์การปะทะกันที่สี่แยกคอกวัว เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยุติเวทีการชุมนุมที่สะพานผ่านฟ้าและมารวมเป็นที่เดียว ณ สี่แยกราชประสงค์ ปลายแถวฝั่งหนึ่งของการชุมนุมทอดยาวมาถึงแยกปทุมวัน โดยกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้นำล้อยางรถยนต์ และไม้ไผ่เหลาแหลมจำนวนมากมาปิดกั้นถนนพระราม 1 ตรงหน้าห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งอยู่ตรงข้ามหอศิลปฯ เพื่อเป็นแนวป้องกันของกลุ่มผู้ชุมนุม

ระยะแรกๆ ของการชุมนุม หอศิลปฯ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ นิทรรศการศิลปะตลอดจนกิจกรรมอันหลากหลายยังคงดำเนินไป และยังมีผู้เข้ามาเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา หอศิลปฯ จึงได้เพิ่มระดับความเข้มข้นในระบบรักษาความปลอดภัยในช่วงนั้น โดยมีมาตรการต่างๆ รองรับ เช่น การตรวจค้นรถและวัตถุต้องสงสัย การจำกัดพื้นที่ให้บริการ และปิดประตูทางเข้า-ออกบางจุดเพื่อความสะดวกในการดูแล และป้องกัน

ต่อมาเมื่อสถานการณ์ การเมืองเขม็งเกลียว-ตึงเครียด และมีแนวโน้มความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงวันที่ 1 พฤษภาคม 2553 เป็นต้นมา ทำให้ โครงการนิทรรศการและกิจกรรมที่อยู่ในแผนงานของหอศิลปฯ ได้ถูกยกเลิกหรือเลื่อนออกไปเป็นจำนวนมาก จำนวนผู้เยี่ยมชมเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากสถานการณ์ของพื้นที่บริเวณนี้ไม่น่า ไว้วางใจ เพราะอยู่ใกล้ที่ชุมนุม กระนั้นก็ตาม หอศิลปฯ ก็ยังคงเปิดให้ดำเนินการตามปกติ โดย มีนิทรรศการภาพถ่าย “รวมมิตรภาพ” และนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัย“ฉงน สงสัย” ที่จัดแสดงอยู่ห้องนิทรรศการชั้น 7-8-9 ตลอดจนนิทรรศการ 25 ปี นิตยสารสารคดี และนิทรรศการ Artist and Designer’s Creation ที่ชั้น 3-4 เป็นงานแสดงหลักของหอศิลปฯ ในช่วงนั้น

ระหว่างนี้มีผู้ ชุมนุมเสื้อแดงบางส่วนได้มาใช้บริการหอศิลปฯ ด้วยการเข้าชมงานนิทรรศการและใช้บริการห้องสมุด โดยไม่ปรากฏเหตุร้ายใดๆ นอกจากเจ้าหน้าที่ห้องสมุดได้ตรวจพบว่า มีความพยายามที่จะหยิบฉวยหนังสือพิมพ์รายวันออกไปอยู่บ้างแต่ก็แก้ไขปัญหา ผ่านไปด้วยดี และในวันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2553 ซึ่งเป็นวันหยุดทำการของหอศิลปฯ มีชายที่อ้างตัวว่าเป็นทหารในชุดนอกเครื่องแบบ 2 คนจะขอเข้าภายในตัวอาคารหอศิลปฯ โดยอ้างว่าเพื่อสังเกตการณ์การเคลื่อนไหวของผู้ชุมนุม แต่ผู้อำนวยการหอศิลปฯ ได้ขอให้ทำหนังสือถึงประธานมูลนิธิหอศิลปฯ ก่อน เพื่อเป็นการยืนยันสถานะองค์กรที่เข้ามา ภายหลังจากนั้นก็ไม่ปรากฏความพยายามในการประสานมาอีกเลย ขณะเดียวกันมีกลุ่มเครือข่ายคนทำงานด้านสันติวิธีได้มาจัดกิจกรรมรณรงค์ บริเวณลานน้ำพุหน้าหอศิลปฯ เพื่อรณรงค์ให้สังคมมี “สติ สันติ สันติภาพ” ในช่วงเย็นของทุกวันต่อเนื่องประมาณ 1 สัปดาห์ มีประชาชนให้ความสนใจจำนวนหนึ่ง

เมื่อรัฐบาลตัดสินใจ ใช้มาตรการกระชับพื้นที่เพื่อปิดล้อมผู้ชุมนุม ในวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 จนเกิดการปะทะกันในพื้นที่รอบนอก แม้สถานการณ์บริเวณแยกปทุมวันยังคงปลอดภัย แต่การปิดเส้นทางจราจรทั้งฝั่งถนนพญาไทและพระราม 1 รวมถึงการหยุดให้บริการของรถไฟฟ้า BTS ทั้งเพื่อคำนึงถึงความปลอดภัยโดยรวม ผู้อำนวยการหอศิลปฯ จึงมีคำสั่งให้ปิดบริการในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 13 พฤษภาคม 2553 ไปจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติ

หอศิลปฯ ต้องปิดให้บริการต่อเนื่องกว่า 10 วัน (14 พ.ค – 24 พ.ค 2553) เพราะอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะได้รับความไม่ปลอดภัยตลอดเวลา ซึ่งในระหว่างนี้มีเจ้าหน้าที่ บริหารหอศิลปฯ 2 คน อยู่ประจำการตลอดเวลา ทำหน้าที่เฝ้าพื้นที่ สังเกตการณ์ และระวังเหตุ ร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ช่างเทคนิ คอาคารส่วนหนึ่ง

ระหว่างวันที่ 14 - 18 พฤษภาคม 2553 เป็นช่วงเวลาแห่งความตึงเครียด เกิดการปะทะกันในหลายพื้นที่ รอบบริเวณแยกราชประสงค์ เมื่อรัฐบาลได้มีมาตรการกระชับพื้นที่เพื่อตีกรอบพื้นที่ของ การชุมนุมให้อยู่ในวงจำกัด โดยบริเวณใกล้พื้นที่หอศิลปฯ เจ้าหน้าที่ของรัฐได้เริ่มตั้งจุดตรวจที่ถนนพระราม 1 บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ และถนนพญาไท บริเวณหน้าวังสระปทุม ตลอดจนเริ่มเข้าคุมพื้นที่บริเวณสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ และสะพานลอยทางข้ามหน้าหอศิลปฯ ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมได้เริ่มนำถุงดำบรรจุขยะจำนวนมากมากั้นเป็นแนวป้องกัน บริเวณหน้าหอศิลปฯ ฝั่งถนนพระราม 1 ทำให้การจราจรรอบพื้นที่ถูกปิดทั้งหมด เจ้าหน้าที่ รปภ. เจ้าหน้าที่ช่างเทคนิคของหอศิลปฯ และผู้ที่จะผ่านบริเวณนั้นต้องแสดงตนทำบัตรผ่านเข้า-ออกเข้าพื้นที่

เมื่อแกนนำผู้ชุมนุม เข้ามอบตัวและยุติการชุมนุม ในบ่ายวันที่ 19 พฤษภาคม 2553 แต่เหตุการณ์กลับบานปลายเป็นการก่อจลาจลไปทั่วเมือง รัฐบาลได้ประกาศเคอร์ฟิวห้ามผู้คนออกนอกเคหะสถานในยาม วิกาล บรรยากาศบ้านเมืองเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่บริเวณหอศิลปฯ นั้นถูกจัดให้เป็นทางออกของผู้ ชุมนุมโดยไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ชุมนุมบางส่วนประมาณ 500-600 คน เริ่มทยอยออกจากแยกราชประสงค์ผ่านมาทางแยกปทุมวัน เพื่อไปขึ้นรถที่รัฐบาลจัดเตรียม ไว้ให้ ณ บริเวณสนามกีฬาแห่งชาติ มีการตรวจสิ่งผิดกฎหมายและอาวุธอย่างเข้มงวด ทำให้มีการทิ้งสิ่งที่อาจผิดกฎหมายและอาวุธจำนวนหนึ่งในบริเวณพื้นที่หอศิลปฯ อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ชุมนุมเห็นด่านตรวจของทหารจำนวนมากที่ตั้งอยู่บนถนนพระราม 1 และทหารอีกบางส่วนยืนคุมพื้นที่อยู่บนสถานีรถไฟฟ้า BTS สนามกีฬาแห่งชาติ ผู้ชุมนุมจึงมีท่าทีไม่มั่นใจในความปลอดภัย และพากันยืนรวมกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์อยู่บริเวณลานน้ำพุหน้าหอศิลปฯ สุ่มเสี่ยงต่อการปะทะกัน ซึ่ง หอศิลปฯ อาจโดนลูกหลงในครั้งนี้ได้ เจ้าหน้าที่หอศิลปฯ จึงได้ช่วยกันออกไปส่งเสียงเชิญชวนให้ผู้ชุมนุมเดินต่อไป และให้ความมั่นใจว่าเส้นทางด้านนี้ปลอดภัย ผู้ชุมนุมจึงพากันเดินไปขึ้นรถด้วยดี

หอศิลปฯ ผ่านพ้นช่วงเวลาอันน่าโศกสลดของสังคมครั้งนี้อย่างหวุดหวิด หวาดเสียวยิ่ง แม้ตัวอาคารและทรัพย์สินทั้งหมดจะไม่ได้รับความเสียหายใดๆ มีแต่รอยกระสุนหนึ่งนัดปรากฏอยู่บนราวกระจกบนทางเชื่อมสถานีรถไฟฟ้า BTS แต่บท เรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้ต้องเร่งปรับปรุงระบบความปลอดภัยที่มีอยู่ในปัจจุบันอย่างมากทีเดียว ครั้งนี้นับว่าโชคดีที่กลุ่มผู้ชุมนุมและผู้ก่อความวุ่นวายไม่เลือกหอศิลปฯ เป็นที่ระบายความโกรธแค้น หาไม่แล้ว ตัวอาคารที่ประกอบด้วยกระจกมากมาย และการขาดระบบการป้องกันที่แน่นหนา เมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ นับว่ามีความเปราะบางอยู่มากทีเดียว

On the Edge โดย 8 ศิลปิน




ดีโอบีหัว ลำโพงแกลเลอรีจะจัดให้มีนิทรรศการศิลปะ

“On the Edge"
โดย 8 ศิลปิน (โจนาธาน เจนท์, ฉัตร เย็นจิตร, ราล์ฟ คิกเจลล์, ถาวร โกอุดมวิทย์, เยนิ เมา, จัสติน มิลส, บี เถกิง พัฒโนภาษ, ออดรีย์ ทูลีเมียโร่ เวลช์)
ภัณฑารักษ์: ไบรอัน เคอร์ติน
ตั้งแต่ วันที่ 8 มิถุนายน – 8 กรกฎาคม 2553 (พิธี เปิดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 8 มิถุนายน เวลา 18.30 น.)
ณ ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรี

นิทรรศการ On the Edge คือนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ ที่มีศิลปินเข้าร่วมทั้งจากสหราชอาณาจักร นิวยอร์ก และประเทศไทย ว่าด้วยเรื่องของ “เส้น” อันเป็นแนวคิดพื้นฐานของการสร้างรูปทรง โดยเน้นย้ำที่กระบวนการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ มากกว่าการพิจารณาผลงานโดยยึดจากบริบทโดยรอบเท่านั้น



การ ใช้เส้นนั้นมีความเชื่อมโยงกับการวาดในแง่ของการเป็นองค์ประกอบสำคัญขั้น พื้นฐานและมีลักษณะเฉพาะในตัวของมันเอง นิทรรศการ On the Edge ได้ทำความเข้าใจกับคำนิยามข้อนี้และต่อยอดความคิด ออกไป ศิลปินทุกคนใช้เส้นเป็นจุดสิ้นสุดเช่นเดียวกับที่ใช้เส้นในการสร้างงาน นอกจากนี้เส้นยังเป็นกลไกในการสร้างภาพที่โดดเด่น ซึ่งซ่อนความหมายในเชิงอุปมาอุปมัยถึง ข้อจำกัด การเคลื่อนที่ และความสัมพันธ์ระหว่างการเฝ้าสังเกตกับการเป็นภาพเชิงสัญลักษณ์

นิทรรศการ On the edge นำเสนอแนวคิดและแนวทางอันหลากหลาย ในการนำเส้นมาใช้ในงานศิลปะ ศิลปินหยิบยกเส้นมาใช้ในการสร้างงานแบบกราฟฟิโต งานเชิงสัญลักษณ์ รวมถึงตกแต่ง พรรณนา และแสดงออกทางอารมณ์ เป็นการเชื่อมโยงไปถึงแนวคิดของศิลปะร่วมสมัยที่ยังคงให้การยอมรับในเรื่อง ของโครงสร้างของรูปทรง และการสร้างสรรค์งานตามแบบฉบับของงานประเพณีนิยม ซึ่งกำลังถูกนำเสนอผ่านระนาบของกระแสงานศิลปะในปัจจุบันอีก ครั้งหนึ่ง



ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรีจึงขอความกรุณาสื่อ มวลชนทุกท่านช่วยประชาสัมพันธ์นิทรรศการดังกล่าว
สอบถาม ข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ หอศิลป์ร่วมสมัยอาร์เดล โทร: 02-422-2092, 084-772-2887 แฟกซ์: 02-422-2091
อังคาร-เสาร์ 10.30 - 19.00 น. อาทิตย์ 10.30 - 17.30 น. (ปิดวันจันทร์)

ดีโอบีหัวลำโพงแกลเลอรี
DOB Hualamphong Gallery
Resident One Property Co., Ltd.
DOB Building 4F, 318 Rama 4 Rd.,
Mahapreutharam, Bangrak, Bangkok 10500
Tel: 0-2237-5592-4, 08-5482-3566

โครงการแบรนด์ นิว โดย อลงกรณ์ ศรีประเสริฐและ อิศเรศ สุทธิศิริ



หอศิลป มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และหอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยการสนับสนุนของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม มีความยินดีขอเชิญท่านชมนิทรรศการศิลปะโดย อลงกรณ์ ศรีประเสริฐและ อิศเรศ สุทธิศิริ หนึ่งในนิทรรศการจากโครงการศิลปกรรม แบรนด์ นิว 2553

อลงกรณ์ และ อิศเรศ ผู้ซึ่งได้รับเลือกในการเข้าร่วมโครงการแบรนด์ นิว ปีนี้ จะนำเสนอผลงานภาพถ่ายร่วมสมัย ทั้งผลงานชุดเก่า และผลงานชุดล่าสุด หลงใหลในเรื่องของความทรงจะและสถานที่ อลงกรณ์ได้ใช้ผลงานภาพถ่ายที่เลือนลางของเขาในการเล่าเรื่องของการเลือนหาย ของสถานที่ที่เขาคุ้นเคย เช่นเดียวกันกับอลงกรณ์ งานของอิศเรศเองก็มุ่งเน้นถึงเรื่องของสถานที่และความสัมพันธ์ของการเป็น อยู่ ภาพถ่ายของอิศเรศแสดงให้เห็นถึงอย่างชัดเจนถึงความแตกต่างระหว่างชีวิตใน เมืองที่ต้องต่อสู้กับความลำบาก กับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายในชนบท

นิทรรศการ ศิลปะโดย อลงกรณ์ ศรีประเสริฐและ อิศเรศ สุทธิศิริ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 พ.ค. – 26 มิ.ย. 53 โดยจะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดีที่ 3 มิ.ย. 53 เวลา 14.00 น. ณ หอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

หอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
31 พฤษภาคม – 26 มิถุนายน 2553
พิธีเปิดนิทรรศการ: 3 มิถุนายน 53 เวลา 14.00 น.
ศิลปิน: อิศเรศ สุทธิศิริ และ อลงกรณ์ ศรีประเสริฐ
เสวนาร่วมกับศิลปินและนักวิจารณ์ของโครงการ แบรนด์ นิว: 15 มิถุนายน 2553 เวลา 13.00 – 16.00 น.

ภัณฑารักษ์: อรรฆย์ ฟองสมุทร

รายชื่อศิลปินเข้าร่วมโครงการ (รวม 5 ท่าน และ 1 กลุ่มศิลปิน)

1. คุณอิศเรศ สุทธิศิริ
2. คุณอลงกรณ์ ศรีประเสริฐ
3. คุณภูมิ พีชวณิชย์
4. คุณดุษฎี ฮันตระกูล
5. กลุ่มศิลปิน มิ้วท์ มิ้วท์
6. คุณณัฐ ณรัณ บัวลอย

รายชื่อนักวิจารณ์เข้าร่วมโครงการ (รวม 3 ท่าน)
1. คุณชล เจนประภาพันธ์
2. คุณกฤษฎา ดุษฎี วนิช
3. คุณสิทธิเดช โรหิตะสุข

เกี่ยวกับ แบรนด์ นิว

โครงการศิลปกรรมแบรนด์นิว เป็นโครงการที่ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 7 ด้วยความร่วมมือจากหอศิลป์ร่วมสมัยหลายแห่ง ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนศิลปินรุ่นใหม่ให้มีโอกาสแสดงผลงาน เดี่ยว โดยปราศจากการกำหนดหัวเรื่อง และเปิดโอกาสให้กับนักวิจารณ์ศิลปะร่วมสมัยหน้าใหม่ นำเสนอผลงานเขียน เพื่อพัฒนาผลงานให้ก้าวไปสู่การเป็นศิลปินและนักวิจารณ์อาชีพต่อไปในอนาคต นอกจากนี้กิจกรรม โครงการยังมุ่งหมาย ให้เกิดการแลกเปลี่ยนผู้ชม และผู้สนใจงานศิลปะระหว่างหอศิลป์ที่ร่วมโครงการ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ระหว่างหอศิลป์ร่วมสมัยในกรุงเทพฯ

*ช่วงวันที่ 31 พฤษภาคม - 3 มิถุนายน หอศิลปฯเปิดทำการถึงเวลา 16.00 น. และจะเริ่มเปิดทำการตามปกติตั้งแต่วันที่ 7 มิถุนายน เป็นต้นไป



สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ:
หอศิลปวิทยนิทรรศน์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ถ.พญาไท ปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
โทรศัพท์: 0 2218 2965
อีเมล์: info.artcenterchula@gmail.com
เวลาแสดงงาน: 9.00 - 19.00น. (จันทร์ - ศุกร์), 9.00 - 16.00น. (เสาร์)

หอศิลป มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (BUG)
119 ถนนพระราม 4 กล้วยน้ำไท คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
โทรศัพท์: 0 2350 3626 โทรสาร: 0 2350 3679
อีเมล์: bugallery@bu.ac.th
เวลาทำการ: 9.30 – 18.00 น. (จันทร์ – ศุกร์)

วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

นิยามใหม่ของงานวาดเส้นในนิทรรศการงานวาด เส้นร่วมสมัยออสเตรเลีย



นิยามใหม่ของงานวาดเส้นในนิทรรศการงานวาดเส้นร่วมสมัยออสเตรเลีย


สถานทูตออสเตรเลีย กรุงเทพฯ ภูมิใจนำเสนอผลงานวาดเส้นร่วมสมัยจากประเทศออสเตรเลีย ภายใต้นิทรรศการชื่อ Erased: Contemporary Australian drawing ซึ่งแสดงผลงานของศิลปินชาวออสเตรเลียระดับแนวหน้าจำนวนหกคนที่สร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อขยายขอบเขตคำนิยามของงานวาดเส้น

สถาบันเอเชียลิงค์แห่งมหาวิทยาลัยเมลเบิร์นและหอศิลปะแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์เป็นผู้จัดและนำนิทรรศการนี้ให้เดินทางมาเปิดแสดงที่ประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและความคิดสร้างสรรค์ในการทำงานวาดเส้นของศิลปินชาวออสเตรเลียในปัจจุบัน



นาตาชา บูลล็อค ภัณฑารักษ์ด้านศิลปะร่วมสมัย ประจำหอศิลปะแห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์เป็นผู้ดูแลการจัดนิทรรศการนี้โดยได้คัดเลือกผลงานของศิลปินออสเตรเลียที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่และศิลปินเชื้อสายชาวพื้นเมืองออสเตรเลีย ซึ่งประกอบด้วย คริสเตียน คาเพอร์โร Christian Capurro ซิมริน กิลล์ Simryn Gill โจนาทาน โจนส์ Jonathan Jones ทอม นิโคลสัน Tom Nicholson ราเควล ออร์เมลลา Raquel Ormella และ เวอร์นอน อาห์ คี Vernon Ah Kee

ศิลปินแต่ละคนทำงานมาอย่างต่อเนื่องในการสร้างงานศิลปะที่สะท้อนความคิดและความรู้สึกทางการเมืองที่มีผลสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลง การสูญหายหรือความสูญเสีย ศิลปินได้ค้นคว้าและสำรวจประเด็นด้านสังคมต่าง ๆ เช่น ความห่วงใยที่มีต่อสภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์ในสังคม อุตสาหกรรม ความเป็นชาตินิยมและการสร้างภาพลักษณ์ในสังคมร่วมสมัย



นิทรรศการนี้จะแสดงให้ผู้ชมได้เห็นว่างานวาดเส้นมิใช่เป็นเพียงการเขียนเส้นให้เกิดร่องรอยเท่านั้น แต่จะเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการลบออกหรือการตัดทอน เพราะการลบเส้นที่ศิลปินเคยขีดเขียนไว้เป็นส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่ไปกับกระบวนการทำงานวาดเส้น ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ ก็ตาม
แม้ว่าการวาดเส้นจะเป็นวิธีการสร้างภาพโดยวิธีที่ง่ายและรวดเร็วและอาจได้รับการมองว่าเป็นพื้นฐานเบื้องต้นของการแสดงออกทางศิลปะ ศิลปินในนิทรรศการนี้นำเสนอผลงานวาดเส้นในรูปแบบและเทคนิคต่าง ๆ ที่มีความแปลกใหม่และเชื้อเชิญผู้ชมให้ตรึกตรองถึงศักยภาพและบทบาทของงานวาดเส้นที่มีต่อศิลปะและสังคมร่วมสมัย



สถานที่จัดแสดง
• 5 – 28 มิถุนายน 2553 ที่ PSG Art Gallery คณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ กรุงเทพฯ เปิดทำการทุกวัน ระหว่างเวลา 10.00 น. – 19.00 น. ปิดในวันหยุดนักขัตฤกษ์ โทรศัพท์ 02-221 0820, 02 – 225 8991 โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2553 เวลา 18.30 น.

• 9 – 29 กรกฎาคม 2553 ที่ห้องนิทรรศการคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดทำการวันจันทร์ ถึงวันศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 น. – 16.30 น. ปิดวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โทรศัพท์ 053-944 805, 053-211 724 โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันพฤหัสบดีที่ 8 กรกฎาคม 2553 เวลา 18.00 น.

• 7 – 30 สิงหาคม 2553 ที่หอศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดทำการทุกวันเวลา 10.00 น. – 19.00 น. โทรศัพท์ 043-332 035 โดยจะมีพิธีเปิดนิทรรศการในวันศุกร์ที่ 6 สิงหาคม 2553 เวลา 17.00 น.


สื่อมวลชนที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ

คุณเบญจวรรณ ตันเจริญทรัพย์
เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวและประชาสัมพันธ์
สถานทูตออสเตรเลีย กรุงเทพฯ
Tel. 0-2344-6463
E-mail: benchawan.tancharoensub@dfat.gov.au

วันพุธที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แผ่นดินที่ไม่มีมนุษย์ โดย มงคล เปลี่ยนบางช้าง



นิทรรศการ ศิลปะ ภาพเขียนสีและบทกวีบนผนังโดย มงคล เปลี่ยนบางช้าง

“ แผ่นดินที่ไม่มีมนุษย์ ”

ณ แมวใจดี สตูดิโอ & แกลเลอรี่
นิมมาน เหมินทร์ ซอย 1 ,เชียงใหม่
12 – 30 มิถุนายน 2553
เปิดงาน 12 มิถุนายน 2553 เวลา 18.30 น.

แนวคิดในงานชุด “แผ่นดินที่ไม่มีมนุษย์”

ภูนั้นงาม... มาแต่ยามใด?
แม่น้ำนั้น งาม... มาแต่ยามใด?
แผ่นดินนั้นงาม... มาแต่ยามใด?
ฟากฟ้านั้นงาม... มาแต่ยามใด?
แต่เบื้องบรรพ์...
ครั้งนั้นมนุษย์ยังเป็นแค่ สัตว์!
แผ่นดินนั้นงาม - มาแต่ยามนั้น.

มงคล เปลี่ยนบางช้าง เป็นศิลปินชาวกรุงเทพฯ เกิดปี 2508 เริ่มทำงานศิลปะอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2538 ด้วยลักษณะงานหลากหลายประเภท อาทิ จิตรกรรม บทกวี ภาพถ่าย สื่อประสม โดยเฉพาะเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะศิลปินสื่อการแสดงสด

มงคล เข้าร่วมในกิจกรรมสังคมและเทศกาลศิลปะอยู่สม่ำเสมอทั้งในและนอกประเทศ อาทิ โปแลนด์ ออสเตรเลีย จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เป็นต้น

ผลงานศิลปะของมงคลมักแสดงทรรศนะต่อสถานการณ์ สังคม การเมือง ทั้งในภาคพื้นถิ่นและสากล ด้วยท่าทีนิ่งเงียบและขึ้งเคียด งดงามและเกี้ยวกร้าว ผกผันเข้าสู่กัน

ผลงานในชุด SACRED EARTH แผ่นดินที่ไม่มีมนุษย์ มงคลเลือกใช้สื่อศิลปะแบบดั้งเดิม คือการเขียนสีบนกระดาษสาด้วยลีลา ARTRACT EXPRESSIONISM โดยใช้สีที่ดิบ สด พลั่งพล่าน วาดลงบนกระดาษพื้นถิ่นซึ่งมีเนื้อเยื่อและผิวสัมผัสเฉพาะราวเนื้อแผ่นดิน สำแดงด้วยท่าทีอิสระ ฉับพลัน

และบทกวีบันทึกภวังค์ความรู้สึกนึกคิด จากการเผชิญต่อภาวะการแปรเปลี่ยนของวันเวลาและพื้นที่ ทั้งในแง่งดงามและเสื่อมถอย...

meojaideegallery.blogspot.com

วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

Art'n Life



นิทรรศการ : Art'n Life
โดย : ปรีชา เถาทอง, อิทธิพล ตั้งโฉลก, เดชา วราชุน, นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน, ประหยัด พงษ์ดำ, ช่วง มูลพินิจ ฯลฯ
11 - 23 มิถุนายน 2553
ที่ : ลอบบี้ชั้น 1 โรงพยาบาลกรุงเทพ กรุงเทพฯ


นิทรรศการ Art?n Life
เป็นนิทรรศการจากกองทุนศิลปาศรีซึ่งจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่สอง
ในครั้งนี้จัดขึ้นที่โรงพยาบาลกรุงเทพ
ซึ่งสถานที่เป็นบริบทหนึ่งที่เชื่อมไปถึงการบำบัดจากสภาวะที่ยุ่งเหยิงในสังคมของเราตอนนี้

ในนิทรรศการครั้งนี้การแสดงนิทรรศการจึงมีความสัมพันธ์ในบริบทเชิงพื้นที่กับผลงาน ด้วยรูปแบบที่ดูง่าย สวยงาม และผ่อนคลาย ให้ความเบิกบานต่อจิตใจ ทำให้เรามองโลก
ในมุมที่สวยงามมากขึ้น ผลงานที่จัดแสดงประกอบไปด้วย จิตกรรม, ประติมากรรม และ สื่อผสม ถูกสร้างสรรค์โดยศิลปินแห่งชาติ
และศิลปินระดับแนวหน้า อาทิเช่น ศาสตราจารย์ปรีชา เถาทอง, รองศาสตราจารย์อิทธิพล ตั้งโฉลก, ศาสตราจารย์เดชา วราชุน,
อ. นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน,ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ประหยัด พงษ์ดำ, ช่วง มูลพินิจ ฯลฯ


ผลงานจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 11 มิถุนายน ถึง 23 มิถุนายน 2553
ตั้งแต่เวลา 10.00 ถึง 21.00 นาฬิกา เปิดวัน จันทร์ ถึง อาทิตย์

ขอเชิญร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดนิทรรศการ วันที่ 11 มิถุนายน 2553 เวลา 18.00 น.
ณ โรงพยาบาลกรุงเทพ บริเวณ
ล๊อบบี้ชั้นหนึ่ง อาคาร BGH


เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
นิวัต มหาบุณย์
เบอร์โทรศัพท์ : 0819853354

เวปไซต์: www.silapasri.com

โรงพยาบาลกรุงเทพ
เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ : 02-755-1639

เวปไซต์ :www. bangkokhospital.com
ที่อยู่: 2 ซอยศูนย์วิจัย 7 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ10310

วันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อิทธิพลแห่งศรัทธา โดย อิทธิพล พัฒรชนม์



นิทรรศการ : อิทธิพลแห่งศรัทธา
โดย : อิทธิพล พัฒรชนม์
11-28 มิถุนายน 2553
ที่ : ห้องนิทรรศการชั้น 2 หอศิลป์จามจุรี กรุงเทพฯ

แนวความคิด
ข้าพเจ้านำเสนอเรื่องราวของ วัด ศาสนสถาน ที่ก่อสร้างอยู่บนเขา อันเป็นดั่งสัญลักษณ์ที่แสดงความศรัทธาของผู้คนที่มีต่อศาสนา ด้วยเทคนิค จิตรกรรมไทยแนวประเพณี ผ่านรูปทรงทางสถาปัตยกรรมไทย เพื่อบันทึกและถ่ายทอดอดีตส่งต่อสู่อนาคต

จำนวนการดูหน้าเว็บรวม